Search
Enter Keywords:
อังคาร, 11 ธันวาคม 2018
Home arrow Articles arrow Energy Conservation arrow รู้จักกับ บริษัทจัดการพลังงาน (ESCO)
รู้จักกับ บริษัทจัดการพลังงาน (ESCO)
Image
ในปัจจุบันได้มีธุรกิจชนิดหนึ่งเรียกว่า ธุรกิจบริษัทจัดการพลังงาน ซึ่งทำธุรกิจหลักในการเข้าไปรับดำเนินการต่างๆ ให้ลูกค้าประหยัดการใช้พลังงานลง แล้วแบ่งผลประโยชน์จากการประหยัดดังกล่าว พร้อมทั้งมีการรับประกันถึงผลการประหยัดไว้ด้วย ในกรณีที่ประหยัดไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้ บริษัทจัดการพลังงานก็จะเป็นผู้รับผิดชอบชดเชยให้

ในธุรกิจนี้ประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วน ได้แก่

•    ผู้ให้บริการ ได้แก่บริษัทจัดการพลังงาน (Energy Services Company ; ESCO)
•    ผู้รับบริการ ได้แก่ ผู้ประกอบการต่างๆ ที่ต้องการลดการใช้พลังงานลง โดย ESCO  เป็นผู้รับประกันผลการประหยัด
•    แหล่งทุน เป็นผู้อนุมัติเงินลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงานของผู้รับบริการ ประกอบด้วยสถาบันการเงิน ธนาคารหรืออาจเป็น ESCO เอง

ทั้ง 3 ส่วนจะมีสัญญาผูกพัน ซึ่งสัญญาดังกล่าวจะกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละรายไว้อย่างชัดเจน

หน้าที่หลักของ ESCO คือ
•    ตรวจสอบ วิเคราะห์การใช้พลังงาน รวมถึงจัดทำเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน และการออกแบบทางวิศวกรรม
•    จัดเตรียมเอกสารเสนอโครงการ
•    จัดหา หรือช่วยจัดหาเงินทุนสนับสนุนโครงการ
•    บริหารโครงการ
•    จัดหา หรือช่วยจัดหาอุปกรณ์ การติดตั้ง การก่อสร้าง การควบคุม และการซ่อมบำรุง
•    ตรวจสอบ และประเมินผลการประหยัดพลังงานของโครงการ
•    รับประกันผลการประหยัดพลังงาน
•    ฝึกอบรม และให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงาน

รูปแบบการลงทุน
1.    การลงทุนโดยผู้รับบริการเป็นผู้กู้ (Guaranteed Saving)

Image

ผู้รับบริการลงทุนโดยการกู้โดยตรงจากแหล่งทุน โดยมีการจัดทำสัญญาพลังงานระหว่างผู้กู้กับแหล่งทุนโดยมี ESCO รับประกันผลการประหยัดพลังงานให้ผู้กู้ว่าค่าพลังงานที่สามารถประหยัดได้ของ โครงการจะเท่ากับหรือมากกว่าค่าใช้จ่ายที่ผู้รับบริการจะต้องจ่ายในการลงทุน

ถ้าหากค่าพลังงานที่ประหยัดได้จริงต่ำกว่าผลประหยัดที่กำหนดในสัญญารับประกั นฯ แล้ว ESCO จะเป็นผู้ออกเงินส่วนที่ขาดให้กับผู้บริการ แต่ในทางตรงข้าม หากผลการประหยัดสูงกว่าที่กำหนด ผู้รับบริการต้องแบ่งวงเงินส่วนที่ประหยัดนี้ให้กับ ESCO



2.    การลงทุนโดย ESCO เป็นผู้กู้ (Shared Saving)

Image

ESCO จะเป็นผู้กู้เงินและดำเนินการตามแผนประหยัดพลังงาน โดยผู้รับบริการมีหน้าที่จ่ายเงินตอบแทนเป็นค่าบริการ และนำเอาค่าพลังงานที่ประหยัดได้มาแบ่งผลประโยชน์ ที่เรียกว่า Sharing Saving

สัดส่วนของจำนวนเงินตอบแทนจากการประหยัดพลังงานที่ต้องแบ่งให้ ESCO จะมากกว่ารูปแบบแรก เพราะ ESCO ต้องแบกรับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ขีดความสามารถของ ESCO
การประหยัดพลังงานโดยใช้ ESCO จะได้ผลมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของ ESCO เอง  โดยรวมแล้ว ESCO ควรมีขีดความสามารถหลัก คือ
•    ความสามารถในการจัดหาเงินทุนสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการ
•    ความสามารถในการตรวจวัดการใช้พลังงาน (Energy Audit) แบบเบ็ดเสร็จ
•    การนำเสนอบริการเบ็ดเสร็จ ได้แก่การตรวจวัด, การออกแบบดานวิศวกรรม, การบริหารโครงการ, การเริ่มเดินเครื่อง, การบริหารพลังงาน (รวมถึง O&M ของอุปกรณ์และเทคโนโลยี) และการฝึกอบรม
•    สามารถประกันผลงาน โดยการตรวจสอบติดตามและพิสูจน์ปริมาณพลังงานที่ประหยัดได้
•    สามารถให้ความช่วยเหลือ แนะนำและบริการจัดหาเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการ

หลากหลายเสียงตอบรับจากผู้รับบริการผู้ประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์พลังงานโดยใช้ ESCO


“หลังจากที่ ESCO เข้ามา ทำให้เรามีแรงจูงใจให้มีการตัดสินใจในการปรับปรุงการใช้พลังงานได้ง่ายขึ้น และมองว่าน่าจะทำได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องกังวลในเรื่องการจัดหางบประมาณมาใช้ในการปรับปรุง...     ESCO จึงมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะการเข้ามาช่วยในการดูแลเรื่องการประหยัดพลังงาน ทั้งในด้านการให้คำแนะนำ คำนวณต้นทุน อัตราการประหยัด มีการประกันผลประหยัด สร้างความมั่นใจให้เกิดการใช้งานและน่าจะมีการให้บริการในลักษณะนี้เพิ่มมาก ขึ้น”
คุณอรรณิตย์ อุตสาหะ
ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม
โรงแรมโนโวเทล กลุ่มบริษัทเอสคอร์


“ESCO ทำให้เราเห็นว่ามีประโยชน์ และสามารถช่วยมหาวิทยาลัยได้โดย ESCO ได้เข้ามารับรองความเสี่ยง ซึ่งทำให้เราเชื่อว่าบริษัทที่เข้ามาทำงานในลักษณะนี้ต้องเก่ง ถ้าไม่เก่งคงไม่กล้าเข้ามาทำ เนื่องจากต้องรองรับความเสี่ยง ทำให้เราได้รับประโยชน์จากการเข้ามาดูแลให้ในระยะเวลาหนึ่ง อีกทั้ง ESCO ยังช่วยฝึกอบรมคนให้กับเรา โดยที่เราไม่ต้องลงทุนใดๆ เมื่อ ESCO ออกไปก็จะมีคนของเราเข้ามาดูแลต่อ เป็นผลในระยะยาว ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้คือผลประโยชน์ทั้ง 2 ส่วนที่เราได้รับ”
รศ. ดร.ศิริพร ขัมภลิขิต
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต


“เรามีการศึกษาก่อนหน้าที่จะรู้จักกับ ESCO แต่ว่ามีเงินลงทุนอยู่ในงบไม่เกิน 100 ล้านบาท แต่เมื่อร่วมกับ ESCO ก็ทำให้การศึกษาเป็นรูปธรรมมากขึ้น และมีโครงการอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ซึ่งในปัจจุบันลงทุนไปแล้วถึง 190 ล้านบาท
ESCO จึงเป็นเหมือนเพื่อนของเรา เพื่อนที่พร้อมจะร่วมลงทุน เพราะเรามองเรื่องของการจัดการพลังงานนั้นไม่ใช่เรื่องการลงทุน แต่เป็นโครงการทำธุรกิจอย่างหนึ่งที่มี ESCO เข้ามาร่วมลงทุนและแบ่งรับความเสี่ยง รวมถึงได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน”
คุณพรชัย เอกสกุลไพบูลย์
General Manager/ Engineering
Bangkok Produce Merchandizing Company Limited


“ข้อเสนอที่ ESCO ยื่นมา คือ มีการลงทุนให้ สามารถผ่อนชำระหรือแบ่งจ่ายส่วนค่าที่พลังงานลดลง โดยไม่ต้องจ่ายทั้งหมดเป็นเงินสด... การมี ESCO จึงนับเป็นผลดีสำหรับผู้ประกอบการที่มีคนเข้ามาช่วยในลักษณะ One Stop Service ที่มาทั้งอุปกรณ์ แหล่งเงินทุน Know How บุคลากรที่ช่วยควบคุม ดูแล ติดตั้ง ซึ่งจะเป็นผลดีสำหรับทุกองค์กร”
คุณสุชาย ตุ้มสังข์ทอง
ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม
บริษัทเพรสิเด้นท์โฮเต็ลและทาวเวอร์


“...สำหรับในเรื่องที่จะพิจารณาเลือกบริษัทที่เป็น ESCO ที่จะเข้ามาช่วยดำเนินการนั้น ก็เป็นเรื่องที่ไม่ยาก โดยอาจไม่จำเป็นต้องเลือกก็ได้ เพราะในการดำเนินการกับบริษัทที่เป็น ESCO นั้น ผู้ประกอบการไม่ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงใดๆ คือดูแค่สามารถจะประหยัดได้จริงก็เพียงพอ เพราะ ESCO นั้นจะเป็นผู้รับภาระเองทั้งหมด ซึ่งเมื่อต้องลงทุนและรับความเสี่ยง ย่อมจำเป็นต้องรับผิดชอบตัวเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว”
คุณพงษ์ศักดิ์ ภาคสุโพธิ์
Building Manager
Emporium Tower





จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจึงพอจะเห็นได้ว่าหากท่านผู้ประกอบการเลือกดำเนินม าตรการอนุรักษ์พลังงานกับ ESCO ท่านจะสามารถลดความเสี่ยงในการลงทุนจนเหลือน้อยที่สุดหรือแทบจะไม่มีเลย เพราะ ESCO เป็นผู้รับความเสี่ยงดังกล่าวแทนท่านอยู่แล้ว

บริษัท วอรันเทค จำกัด ในฐานะผู้ออกแบบทางวิศวกรรม ได้ถือเอาแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเป็นต้นแบบเช่นกัน ดังนั้น งานออกแบบของเราจึงเน้นไปในเรื่องของการประหยัดพลังงานที่สามารถพิสูจน์ได้อ ย่างเป็นรูปธรรมและมีการรับประกันผลเช่นเดียวกับ ESCO


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
กระทรวงพลังงาน


?>